'มีบ้าน มีรายได้ มีความมั่นคงในชีวิต' กับโครงการเคหะสุขประชา 'บ้านล้านหลัง'

ปัญหาการขาดแคลนที่อยู่อาศัยนับเป็นปัญหาที่ประสบกับทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย เป็นกลุ่มคนที่ขาดแคลนทรัพย์สิน การเข้าถึงสิทธิโครงการต่าง ๆ น้อยกว่าคนอื่น ๆ ในสังคม แม้แต่ประเทศเจริญและมั่งคงอย่าง สหรัฐอเมริกาที่สำรวจจำนวนคนไร้บ้านทั่วประเทศ พบว่า ในปี พ.ศ. 2561 รัฐที่มีคนไร้บ้านมากที่สุดคือ แคลิฟอร์เนียมีจำนวนถึง 129,972 คน สำหรับประเทศไทย มีครัวเรือนทั้งหมดประมาณ 21,325,000 ครัวเรือน โดยศูนย์ข้อมูลที่อยู่อาศัยแห่งชาติ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เผยว่า ครัวเรือนที่มีบ้านที่ดินเป็นของตัวเองมีสัดส่วนลดลง ขณะที่ครัวเรือนลักษณะเช่าอยู่มีสัดส่วนสูงขึ้น 


กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จึงได้จัดทำ แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) เสนอต่อรัฐบาลและได้รับการเห็นชอบในหลักการจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2560  โดยมีเป้าหมายให้คนไทยทุกคนเข้าถึงสิทธิในที่อยู่อาศัย มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตที่มีคุณภาพ  และเสริมสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายและครอบคลุมในทุกมิติ ด้วยวิสัยทัศน์  คือ “คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่ว  และมีคุณภาพชีวิตที่ดีภายในปี 2579”


จึงเป็นที่มาของนโยบายรัฐบาลที่ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อยให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีกันถ้วนหน้า จากความเปราะบางของสถานการณ์ทางเศรษฐกิจทำให้ผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยได้ยากขึ้น จากนโยบายรัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ต้องการช่วยเหลือประชาชนให้มีที่อยู่อาศัยของตนเองผ่านโครงการบ้านล้านหลัง โดยมุ่งเน้นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย กลุ่มคนวัยทำงานหรือผู้ที่กำลังเริ่มต้นสร้างครอบครัว รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุ โดยปล่อยสินเชื่อบ้าน ธอส ให้ผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงง่ายขึ้น และโครงการเคหะสุขประชาที่สนับสนุนให้ผู้มีรายได้น้อย เช่าที่พักในราคาถูก ควบคู่ไปกับรัฐส่งเสริมอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิต

โครงการบ้านล้านหลัง สานฝันคนไทยมีบ้าน สร้างชีวิตอย่างมั่นคง

    เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 ครม.ได้มีมติเห็นชอบให้ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ จัดทำ “โครงการบ้านล้านหลัง” ตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการช่วยเหลือให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยมุ่งเน้นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย กลุ่มคนวัยทำงานหรือผู้ที่กำลังเริ่มต้นสร้างครอบครัว รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุ โดยเปิดให้จองสิทธิ์สินเชื่อทั่วประเทศ ซึ่งมีประชาชนจำนวนมากให้ความสนใจ โดยในปี 2564 ข้อมูล ณ วันที่ 5 กันยายน มียอดอนุมัติสินเชื่อแล้วกว่า 53,000 ราย วงเงินสินเชื่อรวมเกือบ 40,000 ล้านบาท 


    จากความสำเร็จของโครงการที่ต่อยอดมาจนถึงระยะที่ 2 ธอส.จึงปรับปรุงการกำหนดราคาซื้อ-ขาย/ค่าก่อสร้าง และปรับวงเงินกู้ สูงสุดต่อรายต่อหลักประกัน ไม่เกิน 1,500,000 บาท เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกในการหาซื้อที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น และสอดคล้องกับความสามารถในการผ่อนชำระเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น โดยเริ่มเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเพื่อรับรหัสสำหรับเข้าร่วมโครงการผ่านแอพพลิเคชั่น "GHB ALL" โดยมีรายละเอียดโครงการ ดังนี้


•    สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยคงที่ 4 ปีแรก เท่ากับ 1.99% ต่อปี
•    ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 40 ปี
•    เงินงวดคงที่ 84 งวดแรก หรือ 7 ปี
•    ให้กู้เพื่อซื้อบ้าน หรือ คอนโดมิเนียม (ห้องชุด) ทั้งที่เป็นที่อยู่อาศัยใหม่ของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ บ้านมือสอง รวมถึงบ้านมือสองของ ธอส. เพื่อปลูกสร้าง หรือซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้าง และซื้ออุปกรณ์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในการอยู่อาศัยพร้อมกับการขอกู้ซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียม
•    ยกเว้นค่าธรรมเนียมให้กับผู้กู้ 2 ประเภท 1.ค่าประเมินราคาหลักประกัน และ 2.ค่าจดทะเบียนนิติกรรมจำนอง

ข้อมูล ณ วันที่ 6 มิถุนายน 2565 มีลูกค้าลงทะเบียนแล้วกว่า 94,000 ราย ในจำนวนนี้มีลูกค้าที่มีความพร้อมและยื่นเอกสารหลักฐานเพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาสินเชื่อแล้ว โดยในเดือนพฤศจิกายน 2565 ธอส.เผยว่า ได้เสนอโครงการบ้านล้านหลัง ระยะที่ 3 วงเงิน 20,000 ล้านบาท อัตราร้อยละ 3 นาน 5 ปี ให้กับกระทรวงการคลังพิจารณา โดยคาดว่าจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติต่อไป และคาดว่าจะเริ่มปล่อยสินเชื่อได้ภายในต้นเดือน ม.ค.2566 จากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยธนาคารกลาง (เฟด)

 

โครงการเคหะสุขประชา บ้านพร้อมอาชีพ

โครงการบ้านเคหะสุขประชา โดยการเคหะแห่งชาติ ที่วากรากฐานตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำสร้างที่อยู่อาศัยประเภทเช่าแก่ผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง ด้วยค่าเช่าที่เหมาะสมประมาณ 1,500 - 3,000 บาทต่อเดือน ควบคู่ไปกับการสร้างเศรษฐกิจสุขประชา เพื่อสร้างอาชีพและรายได้แก่ผู้เช่าตามความเหมาะสม โดยในโครงการจะมีการจัดสรรพื้นที่สีเขียว พื้นที่สันทนาการ เป็นสัดส่วนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อลดรายจ่ายในครัวเรือน มีบ้าน มีอาชีพ มีรายได้ ซึ่งนำร่องแล้ว 2 พื้นที่ คือ ฉลองกรุง 302 หน่วย และร่มเกล้า 270 หน่วย 


    ภายใต้แนวคิด“บ้านเช่าพร้อมอาชีพ” เป็นการพัฒนาอาชีพและสร้างรายได้ให้กับผู้อยู่อาศัย ตามความเหมาะสมในการพัฒนาโครงการของแต่ละพื้นที่ ประกอบด้วย 6 อาชีพ ได้แก่ เกษตรอินทรีย์ ปศุสัตว์ อาชีพบริการชุมชนและชุมชนข้างเคียง ตลาด อุตสาหกรรมขนาดเล็ก และศูนย์การค้าปลีก-ส่ง เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน รวมถึงสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนตามภูมิสังคมของพื้นที่นั้น ๆ เริ่มตั้งแต่การผลิตไปจนถึงช่องทางการจัดจำหน่าย นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่ “เศรษฐกิจสุขประชา” ซึ่งจะได้รับการพัฒนาในรูปแบบคอมมูนิตี้มอลล์ เพื่อรองรับการจ้างงานและสร้างอาชีพให้กับผู้อยู่อาศัยในชุมชน รวมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในชุมชนให้เกิดความยั่งยืนต่อไป 


หลักเกณฑ์คุณสมบัติและเงื่อนไข
•    เป็นประชาชนที่ถือสัญชาติไทย
•    เป็นผู้ได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจถดถอย
•    เป็นผู้ว่างงาน เป็นครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว เป็นคนพิการ เป็นผู้สูงอายุ และเป็นผู้ได้รับผลกระทบจาก การไล่รื้อเวณคืน ข้าราชการเกษียณ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และกฎหมายกำหนด
•    บรรลุนิติภาวะ สามารถจัดทำนิติกรรมสัญญากับการเคหะแห่งชาติได้ เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
•    เป็นผู้มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท ต่อเดือนต่อครัวเรือน จากเอกสารรับรองตนเองและผ่านการพิสูจน์ ตรวจสอบหลักฐานจากการเคหะแห่งชาติ


อัตราค่าเช่าบ้านเคหะสุขประชา
•    ผู้สูงอายุ/ผู้พิการ เริ่มต้น 1,500 บาท/เดือน พื้นที่ 30 ตร.ม.
•    กลุ่มคนโสด เริ่มต้น 2,000 บาท/เดือน พื้นที่ 30 ตร.ม.
•    กลุ่มคนทำงาน เริ่มต้น 2,500 บาท/เดือน พื้นที่ 40 ตร.ม.
•    กลุ่มครอบครัว เริ่มต้น 3,000 บาท/เดือน พื้นที่ 50 ตร.ม.

โครงการเคหะสุขประชา คือ ตัวแบบโครงการที่ไม่เพียงสร้างบ้าน แต่ยังสร้างสังคมคุณภาพ ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่ดี และก่อให้เกิดรายได้กับคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ พร้อมสร้างความสุขให้กับคนที่อาศัยในบ้าน


image รูปภาพ
image


คะแนนโหวต :