การลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ตามที่รัฐบาลได้อนุมัติโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มี "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" ระยะที่ 5 เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2565 เพื่อช่วยเหลือเยียวยาและลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่กลุ่มผู้มีรายได้น้อย สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในภาวะวิกฤตในภาวะเศรษฐกิจที่ราคาสินค้าและค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มลงทะเบียนรอบใหม่ตั้งแต่ 5 กันยายน – 19 ตุลาคม 2565 ผ่าน 7 ช่องทาง ดังนี้
1.    สำนักงานคลังจังหวัด
2.    ที่ว่าการอำเภอทุกอำเภอ
3.    สำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร
4.    สำนักงานเมืองพัทยา
5.    สาขาธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
6.    สาขาธนาคารออมสิน
7.    สาขาธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) (ธนาคารกรุงไทยฯ)
หรือลงทะเบียนผ่าน https:// บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th สำหรับผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่แล้ว รวมถึงผู้ที่ไม่เคยมีบัตรฯ จะต้องลงทะเบียนใหม่ทุกคน โดยตรวจสอบคุณสมบัติและเงื่อนไขลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2565 ดังนี้
•    สัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป
•    รายได้ไม่เกิน 100,000 บาท/คน/ปี
•    รายได้เฉลี่ยครอบครัวไม่เกิน 100,000 บาท/คน/ปี
•    มีทรัพย์สิน : เงินฝาก สลาก พันธบัตร และตราสารหนี้ภาครัฐ ไม่เกิน 100,000 บาท/คน
•    ไม่มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์(ตามที่กำหนด)
•    ต้องไม่มีบัตรเครดิต
•    มีวงเงินกู้ ที่อยู่อาศัยรวมไม่เกิน 1.5 ล้านบาท และ/หรือ วงเงินกู้ ยานพาหนะรวมไม่เกิน 1 ล้านบาท

หลังจากลงทะเบียนแล้วผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนได้ทุกวันศุกร์ในแต่ละสัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 16 กันยายน 2565 เป็นต้นไป 
สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม ยังได้รับการขยายระยะเวลามาตรการช่วยเหลือ 3 เดือนในช่วงเดือน กรกฎาคม - กันยายน 2565 
สิทธิประโยชน์ของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมีดังนี้
ทุกวันที่ 1 ของเดือน ทุกกลุ่ม 
•    วงเงินซื้อสินค้า 200/300 บาทต่อเดือน
•    มาตรการเพิ่มกำลังซื้อ 200 บาท (ก.ย. - ต.ค. 2565)
•    ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 100 บาทต่อ 3 เดือน (ก.ค. - ก.ย. 2565)
•    บขส. 500 บาทต่อเดือน
•    รถไฟ 500 บาทต่อเดือน
•    รถไฟฟ้า (MRT + BTS + ARL) / ขสมก. 500 บาทต่อเดือน
ทุกวันที่ 15 ของเดือน กลุ่มผู้สูงอายุที่ถือบัตรสวัสดิการ
•    เงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพแก่ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยที่ได้รับสิทธิในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ 50/100 บาทต่อเดือน (ผู้สูงอายุที่ได้รับสิทธิตั้งแต่เดือน  ต.ค. 2564 - ก.ค. 2565 จะได้รับเงินเข้าบัตรฯ ในเดือน เม.ย. - ก.ย. 2565)
ทุกวันที่ 18 ของเดือน ทุกกลุ่ม
เงินคืนค่าไฟฟ้า 
•    ไม่เกิน 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน
เงินคืนค่าน้ำประปา
•    ไม่เกิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน (สำหรับผู้ถือบัตรฯ ที่ใช้น้ำประปาไม่เกิน 315 บาทต่อเดือน จะได้รับเงินคืนค่าน้ำประปาไม่เกิน 100 บาท ส่วนที่เกินจาก 100 บาท ผู้ถือบัตรฯ เป็นผู้ชำระเอง)
ทุกวันที่ 22 ของเดือน กลุ่มผู้พิการที่ถือบัตรสวัสดิการ
•    เงินเพิ่มเบี้ยความพิการ 200 บาทต่อเดือน (สำหรับผู้ถือบัตรฯ ที่มีบัตรประจำตัวผู้พิการและได้รับเงินเบี้ยความพิการ)
อย่าไรก็ตาม ในช่วงเวลาที่มีการเปิดรับลงทะเบียนโครงการฯ ผู้ที่มีบัตรฯ ปัจจุบันยังคงได้รับสิทธิสวัสดิการปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะมีการประกาศให้เริ่มใช้สิทธิสวัสดิการสำหรับผู้ได้รับสิทธิรอบใหม่ ซึ่งกระทรวงการคลังจะประกาศให้ทราบต่อไป
สำหรับงบประมาณที่จะนำมาใส่ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ แม้จะไม่จำกัดจำนวนผู้ได้รับสิทธิ ทางกระทรวงการคลังยืนยันไม่มีปัญหาด้านงบประมาณแน่นอน เนื่องจาก ยังมีงบประมาณจากกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม อีกประมาณ 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งหากไม่พอ สามารถดึงเงินจากงบประมาณฉุกเฉิน หรือ เงินเหลือจากส่วนอื่นมาใช้เพิ่มเติมได้ เพื่อให้ประชาชนในระดับฐานรากได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ตามอัตภาพ โดยเชื่อว่าในปีต่อๆ ไป เมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น จำนวนผู้ได้รับสิทธิก็จะลดลงไปด้วย
(ข้อมูลวันที่ 6 กันยายน 2565 ณ เวลา 15.00 น.มีประชาชนลงทะเบียนแล้วทั้งสิ้น 4,057,960 ราย เป็นการลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ 3,372,108 ราย และลงทะเบียนผ่านหน่วยงานรับลงทะเบียน 685,852 ราย) 



คะแนนโหวต :