<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[บอกข่าวเล่าเรื่อง]]></title>
<link>https://rayong.prd.go.th/th/content/category/index/id/38</link>
<atom:link href="https://rayong.prd.go.th/th/content/category/index/id/38" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[พาณิชย์เร่งลดค่าครองชีพประชาชน ผ่าน 3 โครงการใหญ่]]></title>
<link>https://rayong.prd.go.th/th/content/category/detail/id/38/iid/500466</link>
<guid isPermaLink="false">a875f3b768ae08dc052735c4268776db</guid>
<pubDate>Sun, 12 Apr 2026 13:01:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>🟢<strong> &ldquo;พาณิชย์&rdquo; เร่งบรรเทาผลกระทบลดค่าครองชีพประชาชน ผ่าน 3&nbsp;โครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย ธงฟ้า ธงเขียว&rdquo;</strong></p>

<p>รัฐบาลอนุมัติงบ <strong>260.60 ล้านบาท</strong> เพื่อบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ผ่าน 3 โครงการหลัก ได้แก่ &ldquo;ไทยช่วยไทย &ndash; ธงฟ้า &ndash; ธงเขียว&rdquo;<br />
เอกสารระบุว่า <em>&ldquo;เพื่อบรรเทาค่าครองชีพให้กับประชาชนจากผลกระทบสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ผ่าน 3 โครงการสำคัญ&rdquo;</em></p>

<hr />
<h3>🔹 <strong>1. ไทยช่วยไทย เพิ่มรายได้ SME ไทย</strong></h3>

<ul>
	<li>ส่งเสริมการขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์</li>
	<li>คาดสร้างรายได้ผู้ประกอบการ <strong>ไม่น้อยกว่า 150 ล้านบาท</strong></li>
	<li>ร่วมมือแพลตฟอร์มใหญ่ เช่น Shopee, TikTok, LINE</li>
	<li>ยกเว้นค่าธรรมเนียม GP และรัฐสนับสนุนค่าขนส่ง</li>
	<li>แจกคูปองส่วนลด 500,000 ใบ เพื่อกระตุ้นการซื้อสินค้า SME</li>
	<li>ตั้งเป้าผู้ประกอบการเข้าร่วม <strong>10,000 ราย</strong></li>
</ul>

<hr />
<h3>🔹 <strong>2. โครงการเยียวยาลดค่าครองชีพประชาชน (ธงฟ้า)</strong></h3>

<ul>
	<li>จำหน่ายสินค้าจำเป็นราคาประหยัด 30&ndash;60%</li>
	<li>ครอบคลุมกว่า <strong>200 รายการ</strong> เช่น ข้าว ไข่ น้ำมัน น้ำตาล</li>
	<li>ช่วยลดค่าใช้จ่ายเฉลี่ย <strong>500 บาท/ครัวเรือน/เดือน</strong></li>
	<li>กระจายสินค้า <strong>500 จุดทั่วประเทศ</strong> (เม.ย.&ndash;ส.ค. 2569)</li>
	<li>มีรถโมบาย&ndash;รถพุ่มพวงกว่า 2,000 คัน และจะขยายเป็น 5,000 คัน</li>
	<li>เอกสารระบุว่า <em>&ldquo;คาดช่วยลดภาระประชาชน ไม่น้อยกว่า 228 ล้านบาท&rdquo;</em></li>
</ul>

<hr />
<h3>🔹 <strong>3. โครงการธงเขียวราคาประหยัดพลัส (ช่วยเกษตรกร)</strong></h3>

<ul>
	<li>ลดราคาปุ๋ย&ndash;สารเคมี&ndash;อุปกรณ์เกษตรทั่วประเทศ</li>
	<li>เพิ่มส่วนลดปุ๋ยเคมีจาก <strong>200 &rarr; 300 บาท/กระสอบ (5 กระสอบ)</strong></li>
	<li>ส่วนลดสารเคมีเกษตร <strong>50 บาท</strong></li>
	<li>หากมี &ldquo;เล่มเขียว&rdquo; และ &ldquo;บัตรดินดี&rdquo; ได้สิทธิเพิ่มอีก 1 กระสอบ + คูปองปุ๋ยอินทรีย์ 250 บาท</li>
	<li>ช่วยสูงสุด <strong>2,100 บาท/ครัวเรือน</strong></li>
	<li>เอกสารระบุว่า <em>&ldquo;ลดต้นทุนเกษตรกรได้ 150 ล้านบาท&rdquo;</em></li>
</ul>

<hr />
<h3>🔹 มาตรการเสริมด้านปุ๋ย (ระยะยาว)</h3>

<ul>
	<li>เดินหน้าโครงการ &ldquo;ปุ๋ยคนละครึ่ง&rdquo; ร่วมกับ ธ.ก.ส. และสหกรณ์</li>
	<li>ปรับสูตรปุ๋ย ลดพึ่งพานำเข้า</li>
	<li>ตรวจเข้มราคาปุ๋ย พบผู้กระทำผิด <strong>48 ราย</strong> แล้วดำเนินคดีบางส่วน</li>
	<li>มีการประสานนำเข้าวัตถุดิบจากหลายประเทศเพื่อป้องกันขาดแคลน</li>
</ul>

<hr />
<h2>🟩 สรุปสั้นที่สุด</h2>

<p>รัฐบาลเดินหน้า 3 โครงการใหญ่ ลดค่าครองชีพ&ndash;เพิ่มรายได้&ndash;ลดต้นทุนเกษตรกร ผ่านการลดราคาสินค้าจำเป็น การสนับสนุน SME และการลดราคาปุ๋ย พร้อมขยายช่องทางจำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อช่วยประชาชนในช่วงค่าครองชีพสูงและสถานการณ์โลกผันผวน</p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://rayong.prd.go.th/th/file/get/file/20260506745c5aa65246c3c773035facc1557ce2130344.jpg' type='image/jpg' length='173799' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[คลังออกมาตรการช่วยเหลือประชาชน รับมือผลกระทบวิกฤตตะวันออกกลาง]]></title>
<link>https://rayong.prd.go.th/th/content/category/detail/id/38/iid/500465</link>
<guid isPermaLink="false">852bc4d1171e846ebaa14e69c05d1066</guid>
<pubDate>Sun, 12 Apr 2026 12:57:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>🟢 &ldquo;คลัง&rdquo; ออกมาตรการช่วยเหลือประชาชน เพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็น 400 บาท สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ อุดหนุนค่าน้ำมันภาคขนส่ง</p>

<p>คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ 2 มาตรการหลัก</p>

<p>&nbsp; &nbsp; บรรเทาค่าครองชีพประชาชน&ndash;เกษตรกร&ndash;ภาคขนส่ง<br />
&nbsp; &nbsp; สนับสนุนการปรับตัวสู่พลังงานสะอาด</p>

<p>🔹 มาตรการสำคัญ</p>

<p>1. เพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ</p>

<p>&nbsp; &nbsp; จาก 300 &rarr; 400 บาท เป็นเวลา 1 เดือน<br />
&nbsp; &nbsp; ใช้ได้ 13 เม.ย. &ndash; 12 พ.ค. 2569</p>

<p>2. สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อพลังงานสะอาด</p>

<p>&nbsp; &nbsp; ติดตั้งโซลาร์เซลล์ ซื้อรถ EV<br />
&nbsp; &nbsp; วงเงินรวม 5,000 ล้านบาท (ออมสิน)<br />
&nbsp; &nbsp; สินเชื่อบ้านประหยัดพลังงาน (ธอส.) หลายโครงการ อัตราดอกเบี้ยพิเศษ</p>

<p>3. สินเชื่อเกษตรกร &ldquo;ดอกเบี้ยคนละครึ่ง&rdquo;</p>

<p>&nbsp; &nbsp; วงเงิน 30,000 ล้านบาท<br />
&nbsp; &nbsp; กู้ได้สูงสุด 100,000 บาท<br />
&nbsp; &nbsp; รัฐช่วยจ่ายดอกเบี้ย 3% ต่อปี ระยะเวลาโครงการ 3 ปี</p>

<p>4. ช่วยเหลือผู้ประกอบการ&ndash;คู่สัญญาภาครัฐ</p>

<p>&nbsp; &nbsp; ผ่อนปรนเกณฑ์จัดซื้อจัดจ้าง<br />
&nbsp; &nbsp; ปรับราคากลางงานก่อสร้างให้สอดคล้องราคาน้ำมัน<br />
&nbsp; &nbsp; สินเชื่อ Soft Loan ฟื้นฟูธุรกิจ 100,000 ล้านบาท<br />
&nbsp; &nbsp; สนับสนุน SME ปรับตัวสู่เทคโนโลยี&ndash;อุตสาหกรรมสีเขียว</p>

<p>5. อุดหนุนค่าน้ำมันภาคขนส่ง 42 วัน</p>

<p>&nbsp; &nbsp; ช่วง 20 เม.ย. &ndash; 31 พ.ค. 2569<br />
&nbsp; &nbsp; วงเงินรวม 2,061 ล้านบาท<br />
&nbsp; &nbsp; ครอบคลุมรถบรรทุก รถตู้&ndash;มินิบัส รถโดยสารสาธารณะ แท็กซี่ และวินจักรยานยนต์<br />
&nbsp; &nbsp; ช่วยลดต้นทุนและป้องกันการขึ้นราคาค่าโดยสาร<br />
&nbsp; &nbsp; เปิดลงทะเบียน 16&ndash;19 เม.ย. 2569 ผ่าน PromptPay</p>

<p>6. ช่วยค่าเดินทางช่วงสงกรานต์</p>

<p>&nbsp; &nbsp; สนับสนุนบริษัท ขนส่ง จำกัด 200 ล้านบาท<br />
&nbsp; &nbsp; ช่วง 6&ndash;19 เม.ย. 2569</p>

<p>7. มาตรการประหยัดพลังงานภาครัฐ</p>

<p>&nbsp; &nbsp; ลดงบเดินทางต่างประเทศ<br />
&nbsp; &nbsp; ปรับเป็นกิจกรรมในประเทศ<br />
&nbsp; &nbsp; ส่งเสริม Work from Home ในงานที่ไม่กระทบประชาชน</p>

<p><br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://rayong.prd.go.th/th/file/get/file/20260506fd4fb9583ade79f386378ec760b9d4c5125755.jpg' type='image/jpg' length='156507' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ชี้พิกัด 5 สถานที่ลงประชามตินอกเขต สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนไว้]]></title>
<link>https://rayong.prd.go.th/th/content/category/detail/id/38/iid/473966</link>
<guid isPermaLink="false">28d961d14eea7273548f5f00904e1d36</guid>
<pubDate>Sat, 07 Feb 2026 16:57:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>ชี้พิกัด 5 สถานที่สำหรับการออกเสียงประชามตินอกเขต</strong></p>

<p>สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตพื้นที่เอาไว้ สามารถเช็คพิกัดสถานที่ได้ตามนี้ครับ (กดที่ชื่อสถานที่เพื่อดูพิกัดนะครับ)</p>

<p><strong>เขตเลือกตั้งที่ 1 <a href="https://maps.app.goo.gl/dfi3UJC2Dp4qBqPEA">โรงเรียนวัดห้วยโป่ง ต.ห้วยโป่ง อ.เมืองฯ&nbsp;</a><br />
เขตเลือกตั้งที่ 2 <a href="https://maps.app.goo.gl/ikGiEKfNs55rmjBc9">โรงเรียนมัธยมตากสินระยอง อ.เมืองฯ&nbsp;</a><br />
เขตเลือกตั้งที่ 3 <a href="https://maps.app.goo.gl/izzFMJZatGBCopNt8">ศาลาเศรษฐกิจพอเพียง อ.แกลง</a>&nbsp;<br />
เขตเลือกตั้งที่ 4 <a href="https://maps.app.goo.gl/f1ahH64Ab6fY45vX9">โรงเรียนอนุบาลนานาชาติตากสินบ้านค่าย อ.บ้านค่าย</a>&nbsp;<br />
เขตเลือกตั้งที่ 5 <a href="https://maps.app.goo.gl/pw4JCCXEcxTp3s9n7">โรงเรียนนิคมวิทยา อ.นิคมพัฒนา&nbsp;</a></strong></p>

<p>ทั้งนี้ ให้เผื่อระยะเวลาการเดินทาง เพื่อป้องกันการเสียสิทธิ์หากเดินทางไปออกเสียงประชามติไม่ทัน</p>

<p>และอย่าลืม! ไปใช้สิทธิ์ออกเสียงประชามติ วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ตั้งแตเวลา 08.00 - 17.00 น.</p>
]]></description>
<enclosure url='https://rayong.prd.go.th/th/file/get/file/202602074847a55240b30ec2fbed2814955902ab165846.jpg' type='image/jpg' length='768795' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เห็นชอบให้เสนอแนวทางต่อ ครม. ไทย–ญี่ปุ่นร่วมสำรวจศักยภาพกักเก็บคาร์บอน คาดเริ่มใช้งานจริงปี 2577]]></title>
<link>https://rayong.prd.go.th/th/content/category/detail/id/38/iid/463181</link>
<guid isPermaLink="false">7dc52d14c0505e77129eb25d47be4ac8</guid>
<pubDate>Wed, 07 Jan 2026 15:12:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 6 มกราคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีเห็นชอบให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เสนอคณะรัฐมนตรีรับทราบแนวทางการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ด้วยเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่จะช่วยให้ไทยเดินหน้าไปสู่เป้าหมาย &ldquo;ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์&rdquo; ภายในปี 2050<br />
รัฐบาลมอบหมายให้กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมเป็นหน่วยงานหลัก คอยประสานงานและพัฒนากฎหมาย กฎระเบียบ และมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้โครงการ CCS เดินหน้าได้จริงและมีประสิทธิภาพ<br />
ส่วนกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน จะเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการศึกษาและประเมินศักยภาพพื้นที่อ่าวไทยตอนบน ว่าสามารถกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้หรือไม่ โดยจะมีการสำรวจคลื่นไหวสะเทือนและเจาะหลุมสำรวจ ภายใต้ความร่วมมือระหว่างไทยและญี่ปุ่น<br />
คณะรัฐมนตรียังรับทราบแนวทางสนับสนุนอื่น ๆ เช่น การอำนวยความสะดวกให้ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติเข้ามาทำงาน การยกเว้นอากรนำเข้าอุปกรณ์ที่จำเป็น และการช่วยลดขั้นตอนด้านพิธีการต่าง ๆ เพื่อให้การศึกษาเป็นไปอย่างราบรื่น<br />
โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือไทย&ndash;ญี่ปุ่น โดยจะเริ่มสำรวจพื้นที่ประมาณ 1,000 ตารางกิโลเมตรในไตรมาส 3 ปี 2569 และเริ่มเจาะหลุมสำรวจในปี 2570 หากผลการศึกษายืนยันว่าพื้นที่เหมาะสม และมีกฎหมายรองรับ ก็จะสามารถสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สถานีรวบรวมก๊าซ ท่อขนส่งใต้ทะเล และระบบติดตามความปลอดภัย เพื่อเริ่มดักจับและอัดก๊าซกลับลงใต้ดินได้ตั้งแต่ปี 2577 เป็นต้นไป<br />
รองโฆษกฯ ย้ำว่า เทคโนโลยี CCS จะช่วยให้ไทยก้าวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เพิ่มความสามารถแข่งขัน และสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยรัฐบาลจะทำงานอย่างรอบคอบ โปร่งใส และให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://rayong.prd.go.th/th/file/get/file/20260107eb129548cd62fe435be0e7c02b80511a154054.jpg' type='image/jpg' length='149520' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รวมพิกัด 8 สถานที่สอบท้องถิ่น ประจำปี พ.ศ.2568 จังหวัดระยอง]]></title>
<link>https://rayong.prd.go.th/th/content/category/detail/id/38/iid/451078</link>
<guid isPermaLink="false">142212aa61e712b76c67fecf2e49267c</guid>
<pubDate>Thu, 04 Dec 2025 15:48:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:24px;"><strong>แจกพิกัด สถานที่สอบ การสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2568 จังหวัดระยอง&nbsp;</strong></span></p>

<p>ผู้สอบท่านใดที่กำลังเดินทางมาที่จังหวัดระยอง และยังไม่ทราบพิกัดศูนย์สอบตามบัตรประจำตัวสอบ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง ขอรวบรวม 8 สถานที่สอบในจังหวัดระยอง ตามที่คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ได้กำหนด ว่ามีที่ใดบ้าง? (สามารถกดที่ชื่อโรงเรียนเพื่อดูพิกัดได้เลยครับ)</p>

<p><span style="font-size:26px;"><strong>1.&nbsp;<a href="https://maps.app.goo.gl/RgQRDXPMyppGg7MMA">โรงเรียนมัธยมตากสินระยอง อำเภอเมือง</a></strong></span></p>

<p><span style="font-size:26px;"><strong>2. <a href="https://maps.app.goo.gl/CH5QWrGvS1S9poQo8">โรงเรียนนิคมวิทยา อำเภอนิคมพัฒนา</a></strong></span></p>

<p><span style="font-size:26px;"><strong>3. <a href="https://maps.app.goo.gl/RzNVNiey8vj5JtW1A">โรงเรียนแกลงวิทยสถาวร อำเภอแกลง</a></strong></span></p>

<p><span style="font-size:26px;"><strong>4. <a href="https://maps.app.goo.gl/dPa1ZiuCryrCkCQi6">โรงเรียนวังจันทร์วิทยา อำเภอวังจันทร์</a></strong></span></p>

<p><span style="font-size:26px;"><strong>5. <a href="https://maps.app.goo.gl/nHuCiTmHjSor4dtY6">โรงเรียนบ้านฉางกาญจนกุลวิทยา อำเภอบ้านฉาง</a></strong></span></p>

<p><span style="font-size:26px;"><strong>6. <a href="https://maps.app.goo.gl/Yt4g9zzNsQzh8qMv7">โรงเรียนมกุฏเมืองราชวิทยาลัย อำเภอแกลง</a></strong></span></p>

<p><span style="font-size:26px;"><strong>7.&nbsp;<a href="https://maps.app.goo.gl/SUjAEkpoGjYJZUry5">โรงเรียนบ้านค่าย อำเภอบ้านค่าย</a></strong></span></p>

<p><span style="font-size:26px;"><strong>8. <a href="https://maps.app.goo.gl/5koXyjD97jT8FqLMA">โรงเรียนชำนาญสามัคคีวิทยา อำเภอแกลง</a></strong></span></p>

<p><span style="font-size:28px;"><strong>ศึกษาเส้นทางก่อนการเดินทาง และควรถึงสนามสอบก่อนเวลาสอบอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อรักษาสิทธิ์ของท่าน</strong></span></p>

<p>ด้วยความห่วงใยจาก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://rayong.prd.go.th/th/file/get/file/20251204faec19262c7c501ed9a07bb3b442bbcc160210.jpg' type='image/jpg' length='435166' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[8 ชุดไทยพระราชนิยม” พระอัจฉริยภาพ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง]]></title>
<link>https://rayong.prd.go.th/th/content/category/detail/id/38/iid/493656</link>
<guid isPermaLink="false">a8602e038cfade9caf33484b48bb368f</guid>
<pubDate>Tue, 04 Nov 2025 07:40:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&quot;ชุดไทยพระราชนิยม&quot; ถือเป็นเครื่องแต่งกายแบบไทยของสตรี ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงริเริ่มเมื่อ พ.ศ. 2503 ให้มีการศึกษาค้นคว้าเครื่องแต่งกายสตรีไทยสมัยต่างๆ และออกแบบเพื่อทรงใช้เป็นฉลองพระองค์ในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศ ทั้งในทวีปอเมริกาและยุโรป</p>

<p>นอกจากนี้ ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำผลงานจากช่างฝีมือของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ไปจัดแสดงด้วยเสมอ นับเป็นการส่งเสริมผ้าทอ และงานศิลปหัตถกรรมของไทย ให้เป็นที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับทั่วโลก</p>

<p>&ldquo;ชุดไทยพระราชนิยม&rdquo; เป็นเครื่องแต่งกายที่สะท้อนถึงความวิจิตร งดงามของวัฒนธรรมไทยจากหลายภูมิภาคของประเทศ ผ่านงานช่างฝีมือและการตัดเย็บอันประณีต ละเอียดอ่อน และสืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษ จนถึงรุ่นปัจจุบัน</p>

<p>สำหรับ &ldquo;ชุดไทยพระราชนิยม&rdquo; มีทั้งหมด 8 แบบ โดยแต่ละแบบจะมีความประณีตและความเหมาะสมในโอกาสต่าง ๆ และแต่ละแบบจะตั้งชื่อตามพระที่นั่งสำคัญของไทย ประกอบด้วย</p>

<p>1.&rdquo;ชุดไทยเรือนต้น&rdquo;</p>

<p>รูปแบบที่เรียบ มีความสุภาพ และสะดวกในการเคลื่อนไหว เหมาะสำหรับสวมใส่ในงานกึ่งทางการ หรืองานที่ไม่เป็นพิธีรีตองนัก เช่น งานเลี้ยงแบบไม่เป็นทางการ</p>

<p>2. &ldquo;ชุดไทยจิตรลดา&rdquo;</p>

<p>เป็นชุดไทยที่เรียบง่าย แต่เปี่ยมด้วยความสง่างาม มักถูกเลือกสวมใส่ในโอกาสที่เป็นทางการ อาทิ การต้อนรับแขกเมือง งานพระราชพิธี หรือพิธีสวนสนาม</p>

<p>3. &ldquo;ชุดไทยอมรินทร์&rdquo;</p>

<p>ตัวเสื้อเป็นคอกลมแขนยาว มักปักดิ้นทองหรือดิ้นเงินเพื่อเพิ่มความงดงาม ชุดนี้เหมาะใส่ในงานพิธีการตอนค่ำ</p>

<p>4. &ldquo;ชุดไทยบรมพิมาน&rdquo;</p>

<p>ตัวเสื้อเป็นแขนยาว คอตั้ง คล้ายชุดจิตรลดา แต่มีผ้าสไบหรือผ้าพาดไหล่ เหมาะกับการสวมใส่ในงานพิธีที่ต้องการความสุภาพและความสง่า เหมาะสำหรับงานพิธีการระดับสูง</p>

<p>5. &ldquo;ชุดไทยดุสิต&rdquo;</p>

<p>เสื้อเป็นแขนกุด คอกลมหรือคอเหลี่ยม มักประดับด้วยลูกไม้หรือดิ้นเงิน หรือเลื่อมอย่างประณีต มักใช้สวมใส่ในงานพิธีตอนกลางคืน แทนชุดราตรีแบบตะวันตก</p>

<p>6. &ldquo;ชุดไทยจักรี&rdquo;</p>

<p>ตัวเสื้อเป็นแขนหนึ่งเดียว อีกข้างพันผ้าสไบเฉียงดูหรูหรา ใช้ผ้ายกดิ้นทองหรือเงิน</p>

<p>นิยมสวมใส่ในงานแต่งงาน หรืองานกลางคืน</p>

<p>7. &ldquo;ชุดไทยศิวาลัย&rdquo;</p>

<p>ตัวเสื้อแขนยาว คอตั้ง ใช้ผ้ายกหรือผ้าไหม นิยมสวมใส่ในงานพระราชพิธี หรือพิธีทางศาสนา พิธีการที่มีหมายกำหนดการอย่างเคร่งครัด</p>

<p>8. &ldquo;ชุดไทยจักรพรรดิ&rdquo;</p>

<p>เป็นชุดที่หรูหราที่สุดในบรรดาชุดไทยพระราชนิยม ใช้ผ้ายกดิ้นทอง หรือผ้ายกไหมที่มีลวดลายงดงาม ตัดเย็บอย่างประณีต นิยมสวมใส่ในงานพระราชพิธีสำคัญหรือโอกาสพิเศษที่ต้องการความโอ่อ่า</p>

<p>&ldquo;ชุดไทยพระราชนิยม&rdquo; มรดกแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงอนุรักษ์ ส่งเสริม และเป็นต้นแบบชุดประจำชาติของสตรีไทย เป็นมรดกแห่งความภูมิใจมาจนถึงปัจจุบัน</p>

<p>และความภาคภูมิใจนี้จะดังกึกก้องและเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกมากขึ้น เมื่อองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้แจ้งยืนยันว่า รายการ &ldquo;ชุดไทย : ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ&rdquo; (Chud Thai : The Knowledge, Craftsmanship and Practices of the Thai National Costume) จะถูกบรรจุเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาล ว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (Intergovernmental Committee for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage) สมัยที่ 21 ในปี 2569</p>

<p>ซึ่งจะทำให้มรดกภูมิปัญหาของไทยได้รับการยกย่อง สะท้อนภาพลักษณ์ความวิจิตรแห่งภูมิปัญญาไทย และยังเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานร่วมสมัย ซึ่งจะนำไปสู่การรักษาและเผยแพร่อัตลักษณ์ไทย ให้คงอยู่คู่สังคมโลกได้อย่างภาคภูมิ.</p>
]]></description>
<enclosure url='https://rayong.prd.go.th/th/file/get/file/2026041180c92d0fe87734ec2596c931c40e8281074115.jpg' type='image/jpg' length='137413' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ บูรณาการข้อมูล ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายยานพาหนะ เพื่อแก้ปัญหามลพิษและฝุ่น PM 2.5]]></title>
<link>https://rayong.prd.go.th/th/content/category/detail/id/38/iid/429121</link>
<guid isPermaLink="false">ef2f7cdf5663cd3727165d8035f6e0f0</guid>
<pubDate>Fri, 24 Oct 2025 17:34:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (24 กันยายน 2568)&nbsp;<strong>กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กระทรวงคมนาคม</strong>&nbsp;และกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) บูรณาการข้อมูลเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานในการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับยานพาหนะเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ณ ห้องประชุม กรมควบคุมมลพิษ โดยสาระสำคัญของความร่วมมือ มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับยานพาหนะ อาทิ ข้อมูลทะเบียนรถ ใบอนุญาตขับรถ การตรวจสภาพรถ และผลการตรวจวัดมลพิษ รวมถึงข้อมูลอื่น ๆ ที่ใช้ในการติดตามตรวจสอบ เพื่อจัดทำระบบฐานข้อมูลกลางสำหรับการห้ามใช้ยานพาหนะที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน พร้อมทั้งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองรถแก้ไขปรับปรุงเครื่องยนต์ให้ได้มาตรฐาน เพื่อนำไปสู่การยกเลิกคำสั่งห้ามใช้งาน อนึ่ง ความร่วมมือดังกล่าวยังครอบคลุมการพัฒนาศักยภาพบุคลากรการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการตรวจสอบ วิเคราะห์ ประมวลผล รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการสนับสนุนภารกิจของทั้งสองหน่วยงาน<br />
<strong>นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม</strong>&nbsp;กล่าวว่า ในปัจจุบันยานพาหนะที่วิ่งบนท้องถนน มีส่วนก่อให้เกิดมลภาวะในเมืองทั้งมลพิษด้านควันดำ ฝุ่นละออง PM 2.5 มลภาวะด้านเสียงจากยานพาหนะ โดย ขบ. เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการควบคุม กำกับ ดูแลระบบการขนส่งทางถนนให้มีคุณภาพและปลอดภัย วันนี้จึงได้ลงนาม MOU ร่วมกับ คพ. ในการบูรณาการข้อมูลเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานในการเชื่อมโยงข้อมูลทะเบียนรถ ข้อมูลใบอนุญาต ผลการตรวจสภาพรถข้อมูลผลการตรวจวัดมลพิษ และข้อมูลอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ในการตรวจสอบและติดตามผู้ครอบครองรถ ในการแก้ไขและปรับปรุงการปล่อยมลพิษของเครื่องยนต์ให้เป็นไปตามมาตรฐาน รวมไปถึงข้อมูลคำสั่งการห้ามใช้ยานพาหนะและการยกเลิกคำสั่งห้ามใช้ยานพาหนะ โดย คพ. จะแบ่งปันข้อมูลการออกคำสั่งห้ามใช้ยานพาหนะชั่วคราว การห้ามใช้ยานพาหนะเด็ดขาด การยกเลิกคำสั่งห้ามใช้ยานพาหนะ ผลการตรวจสอบมลพิษควันดำ ระดับเสียงจากยานพาหนะ และข้อมูลอื่น ๆ เพื่อใช้เป็นข้อมูลหลักฐานประกอบการดำเนินงานของ ขบ. ซึ่งหวังว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะสนับสนุนให้มีการลดมลพิษจากยานพาหนะให้ได้มากที่สุดเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนไทย และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDG)<br />
นางสาวปรีญาพร สุวรรณเกษ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า การลงนาม MOU ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการข้อมูลของภาครัฐ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับยานพาหนะ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ที่กระทบต่อคุณภาพอากาศและสุขภาพของประชาชนโดยเฉพาะชุมชนในเขตเมือง ซึ่งที่ผ่านมาการตรวจสอบรถที่ปล่อยมลพิษเกินมาตรฐานยังประสบอุปสรรคในการบังคับใช้กฎหมายกับเจ้าของหรือผู้ครอบครองยานพาหนะ การบูรณาการข้อมูลครั้งนี้จะช่วยให้เกิดระบบฐานข้อมูลสำหรับติดตาม ตรวจสอบ และสั่งห้ามใช้ยานพาหนะ พร้อมทั้งสนับสนุนการกำหนดมาตรการแก้ไขให้เจ้าของรถปรับปรุงเครื่องยนต์ให้เป็นไปตามมาตรฐาน ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังช่วยสนับสนุนการจัดทำแผนงานเชิงนโยบาย การประเมินสถานการณ์ และการวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยง เพื่อให้การแก้ไขปัญหามีประสิทธิผล อีกทั้งยังเป็นโอกาสในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ร่วมกัน ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยควบคุมและลดปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนไทยอย่างยั่งยืน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://rayong.prd.go.th/th/file/get/file/202510050108851d147a0551a2ae1d273d7923c9013801.jpg' type='image/jpg' length='585551' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รมช.เกษตรฯ มอบถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แก่ผู้ชนะการประกวดสุดยอดกาแฟไทย ปี 2568]]></title>
<link>https://rayong.prd.go.th/th/content/category/detail/id/38/iid/429120</link>
<guid isPermaLink="false">358c07f8bd8d52be2ad5388de13d841d</guid>
<pubDate>Mon, 29 Sep 2025 01:32:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีมอบถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แก่ผู้ชนะการประกวดสุดยอดกาแฟไทย ปี 2568 (Thai Coffee Excellence 2025) ณ สวนนงนุช พัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งการจัดงานดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมทั้งเผยแพร่อัตลักษณ์กาแฟไทย เพิ่มพื้นที่ปลูกกาแฟคุณภาพ ลดปัญหาหมอกควัน PM 2.5 และยกระดับศักยภาพเกษตรกรไทยสู่การผลิตที่มีมาตรฐานสากล ตามแนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ&ndash;หมุนเวียน&ndash;สีเขียว (BCG Economy) เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; สำหรับการประกวดสุดยอดกาแฟไทย ปี 2568 แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ 1) การประกวดเมล็ดกาแฟ (Thailand Best Coffee Beans 2025) ครอบคลุม 4 กระบวนการแปรรูป คือ แบบแห้ง (dry/natural) แบบเปียก (wet/wash) แบบกึ่งแห้ง (honey) และโรบัสตาไม่แยกกระบวนการ รวมทั้งสิ้น 20 รางวัล และ 2) การประกวดสวนกาแฟตามหลักเกษตรเชิงฟื้นฟู (GAP &amp; Regenerative) ทั้งสวนอะราบิกาและโรบัสตา รวม 10 รางวัล รวมทั้งหมด 30 ถ้วยรางวัล โดยรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับถ้วยพระราชทานฯ อันดับ 2 &ndash; 5 ได้รับถ้วยรางวัลจากผู้บริหารระดับสูง อาทิ ประธานองคมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอธิบดีกรมวิชาการเกษตร โดยในปีนี้มีผู้ส่งเมล็ดกาแฟเข้าประกวด 131 ตัวอย่าง และเกษตรกรเจ้าของสวนกาแฟ 66 สวน จากหลายจังหวัดทั่วประเทศ โดยสวนอะราบิกามาจากภาคเหนือ 27 สวน และสวนโรบัสตาจากภาคใต้ และพื้นที่อื่นรวม 39 สวน<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ด้าน นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า เมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา ได้จัดการประมูลกาแฟที่ได้คะแนนสูงสุด 1&ndash;10 ของแต่ละประเภท โดยมีผู้ประกอบการและผู้คั่วกาแฟเข้าร่วมคึกคัก ซึ่งผลการประมูลปรากฏว่า กาแฟ<br />
โรบัสตาได้รับการประมูลสูงสุดถึง 8,200 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนกาแฟอะราบิกาแปรรูปแบบแห้งได้ราคาสูงสุด 3,500 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้เกิดมูลค่าการประมูลรวมกว่า 1.44 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพของกาแฟไทยที่สามารถแข่งขันและสร้างมูลค่าสูงได้จริง เมื่อเปรียบเทียบต้นทุน&ndash;รายได้ พบว่า กาแฟอะราบิกามีต้นทุนเฉลี่ย 83 บาทต่อกิโลกรัม แต่สามารถขายได้เฉลี่ย 163 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มรายได้กว่า 50% ส่วนกาแฟโรบัสตามีต้นทุน 76 บาทต่อกิโลกรัม แต่ราคาขายเฉลี่ยสูงถึง 188 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มรายได้กว่า 147% ชี้ชัดว่ากาแฟกำลังเป็นพืชเศรษฐกิจที่ช่วยสร้างความมั่นคงให้เกษตรกรไทย<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; การประกวดปีนี้ยังเน้นการขับเคลื่อนมาตรฐานการผลิต GAP PM 2.5 Free และการปลูกกาแฟตามหลักเกษตรเชิงฟื้นฟู (Regenerative Agriculture) ที่ให้ผลผลิตมีคุณภาพ ช่วยลดปัญหาหมอกควันภาคเหนือ ฟื้นฟูพื้นที่ป่า และเพิ่มพื้นที่สีเขียว โดยเกษตรกรสามารถนำแนวปฏิบัติไปต่อยอดสู่การสร้างแบรนด์และตลาดพรีเมียมในอนาคต นอกจากนี้ กรมวิชาการเกษตรยังได้จัด Roadshow และกิจกรรมชิมกาแฟ (cupping test) ในหลายจังหวัด เช่น เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา และกรุงเทพฯ รวมถึงจัดแสดง &ldquo;Thailand Best Coffee Beans 2025&rdquo; ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคและนักธุรกิจได้รู้จักกาแฟคุณภาพสูงของไทยมากยิ่งขึ้น และอีกก้าวสำคัญคือการพัฒนากาแฟพันธุ์ใหม่ &ldquo;กวก.เกอิชา&rdquo; (DOA Geisha) ซึ่งมีชื่อเสียงระดับโลกในด้านรสชาติและคุณภาพ ปัจจุบันได้ขึ้นทะเบียนเป็นพันธุ์พืชใหม่แล้ว และเตรียมกระจายกล้าพันธุ์ให้เกษตรกรนำไปปลูกในปี 2569 คาดว่าจะช่วยเพิ่มมูลค่าและขยายโอกาสของอุตสาหกรรมกาแฟไทยในตลาดโลกได้อย่างมาก<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; อย่างไรก็ตาม การประกวดสุดยอดกาแฟไทยปีนี้ไม่เพียงสะท้อนคุณภาพและเอกลักษณ์ของกาแฟไทย แต่ยังเป็นการยกระดับทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรม ตั้งแต่แปลงปลูก การแปรรูป การประมูล ไปจนถึงการเชื่อมโยงตลาดต่างประเทศ พร้อมกันนี้การประกวดสุดยอดกาแฟไทยจึงไม่ใช่แค่การค้นหากาแฟที่ดีที่สุด แต่ยังเป็นเวทีสร้างแรงบันดาลใจและโอกาสใหม่ ๆ ให้เกษตรกรไทย ก้าวสู่ความยั่งยืน พร้อมแข่งขันในเวทีสากลได้อย่างภาคภูมิ</p>
]]></description>
<enclosure url='https://rayong.prd.go.th/th/file/get/file/20251005ab9b54df19a9b5fdcf0a124fad2383c1013400.jpg' type='image/jpg' length='815040' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[สุชาติ ชมกลิ่น ลุยทันที วาง 5 แนวทางขับเคลื่อนงานเพื่อประชาชน ตั้งเป้าเห็นผลใน 4 เดือน]]></title>
<link>https://rayong.prd.go.th/th/content/category/detail/id/38/iid/429122</link>
<guid isPermaLink="false">8a3f9984b710480bb3bac9e880ee75a8</guid>
<pubDate>Fri, 26 Sep 2025 18:38:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&ldquo;สุชาติ ชมกลิ่น&rdquo; &nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เข้ากระทรวงฯ &nbsp;วันแรก &nbsp;ลุยทันที วาง 5 แนวทางขับเคลื่อนงานเพื่อประชาชน ตั้งเป้าเห็นผลใน 4 เดือน<br />
<br />
<br />
วันนี้ (26 กันยายน 2568) เวลา 09.09 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เข้าปฏิบัติหน้าที่วันแรก ณ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยได้สักการะ &ldquo;พระพุทธสยัมภู&rdquo; และ &ldquo;พระภูมิเจ้าที่&rdquo; สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงฯ จากนั้นได้เข้ายังอาคารกระทรวงฯ ถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8 &nbsp;และอัญเชิญพระพุทธชินราชประดิษฐานในห้องทำงาน เพื่อความเป็นสิริมงคล ท่ามกลางการต้อนรับจากผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และสื่อมวลชนอย่างอบอุ่น<br />
<br />
<br />
นายสุชาติ กล่าวว่า การได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งครั้งนี้ เป็นเกียรติสูงสุดในชีวิตการทำงาน และขอให้คำมั่นว่าจะทุ่มเททำงานอย่างเต็มความสามารถ โดยจะน้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์มาใช้เป็นแนวทางหลัก พร้อมทั้งขอบคุณนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่มอบความไว้วางใจให้ร่วมขับเคลื่อนรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งแม้จะมีกรอบเวลาการทำงานเพียง 4 เดือน แต่มั่นใจว่าจะสร้างผลลัพธ์ที่ประชาชนเห็นเป็นรูปธรรมได้<br />
<br />
<br />
สำหรับทิศทางการดำเนินงานได้วาง 5 แนวทางสำคัญ เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และตอบสนองความต้องการของประชาชน ได้แก่<br />
<br />
1) การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติเพื่อประชาชน โดยเน้นการดูแลป่าไม้ ที่ดิน ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงการอยู่ร่วมกับป่าและสัตว์ป่า โดยบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพ<br />
<br />
2) การส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีคุณค่าเป็นฐานการสร้างรายได้ให้ชุมชนและประเทศ<br />
<br />
3) การป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติเชื่อมโยงข้อมูลและศักยภาพทุกหน่วยงานในกระทรวงฯ เพื่อเข้าถึงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว<br />
<br />
4) การจัดการสิ่งแวดล้อม เร่งแก้ไขปัญหา PM 2.5 หมอกควัน ไฟป่า และมลพิษข้ามแดน ด้วยความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ<br />
<br />
5) &nbsp;การเพิ่มประสิทธิภาพการบริการประชาชน<br />
ปรับใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อให้บริการประชาชนได้อย่างรวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ พร้อมดูแลเจ้าหน้าที่ด่านหน้าให้มีสวัสดิการที่ดีขึ้น<br />
<br />
<br />
ทั้งนี้ นายสุชาติ ได้กล่าว ทิ้งทาย ว่า &ldquo;ผมขอให้คำมั่นสัญญากับพี่น้องประชาชนว่า จะทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ ภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรี และด้วยความร่วมมือของข้าราชการทุกฝ่าย เราจะทำให้การบริหารจัดการด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเกิดผลลัพธ์เป็นรูปธรรมภายใน 4 เดือน เพื่อให้ประชาชนและประเทศชาติได้รับประโยชน์สูงสุด&rdquo;&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://rayong.prd.go.th/th/file/get/file/2025100573004aa585f91b0515f9a00d95f5306c013921.jpeg' type='image/jpg' length='466005' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[คพ. จับมือ ขบ. บูรณาการข้อมูล “ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายยานพาหนะ” เพื่อแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5]]></title>
<link>https://rayong.prd.go.th/th/content/category/detail/id/38/iid/429123</link>
<guid isPermaLink="false">e4c75fa2f6f593041be0fefab0b9d9e7</guid>
<pubDate>Wed, 24 Sep 2025 18:45:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 24 กันยายน 2568 กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) และกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) บูรณาการข้อมูลเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานในการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับยานพาหนะเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ณ ห้องประชุม 301 ชั้น 3 กรมควบคุมมลพิษ โดยสาระสำคัญของความร่วมมือ มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับยานพาหนะ อาทิ ข้อมูลทะเบียนรถ ใบอนุญาตขับรถ การตรวจสภาพรถ และผลการตรวจวัดมลพิษ รวมถึงข้อมูลอื่น ๆ ที่ใช้ในการติดตามตรวจสอบ เพื่อจัดทำระบบฐานข้อมูลกลาง สำหรับการห้ามใช้ยานพาหนะที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน พร้อมทั้งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองรถแก้ไขปรับปรุงเครื่องยนต์ให้ได้มาตรฐาน เพื่อนำไปสู่การยกเลิกคำสั่งห้ามใช้งาน อนึ่ง ความร่วมมือดังกล่าวยังครอบคลุมการพัฒนาศักยภาพบุคลากรการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการตรวจสอบ วิเคราะห์ ประมวลผล รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการสนับสนุนภารกิจของทั้งสองหน่วยงาน</p>

<p>นางสาวปรีญาพร สุวรรณเกษ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกรมควบคุมมลพิษ และ กรมการขนส่งทางบก ถือเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการข้อมูลของภาครัฐ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับยานพาหนะ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ที่กระทบต่อคุณภาพอากาศและสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะชุมชนในเขตเมือง ซึ่งที่ผ่านมาการตรวจสอบรถที่ปล่อยมลพิษเกินมาตรฐานยังประสบอุปสรรคในการบังคับใช้กฎหมายกับเจ้าของหรือผู้ครอบครองยานพาหนะ การบูรณาการข้อมูลครั้งนี้จะช่วยให้เกิดระบบฐานข้อมูลสำหรับติดตาม ตรวจสอบ และสั่งห้ามใช้ยานพาหนะ พร้อมทั้งสนับสนุนการกำหนดมาตรการแก้ไขให้เจ้าของรถปรับปรุงเครื่องยนต์ให้เป็นไปตามมาตรฐาน อนึ่ง ความร่วมมือดังกล่าวยังช่วยสนับสนุนการจัดทำแผนงานเชิงนโยบาย การประเมินสถานการณ์ และการวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยง เพื่อให้การแก้ไขปัญหามีประสิทธิผล อีกทั้งยังเป็นโอกาสในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ร่วมกัน</p>

<p>นางสาวปรีญาพรฯ เน้นย้ำว่า ความร่วมมือนี้ไม่เพียงแต่ช่วยควบคุมและลดปัญหาฝุ่น PM2.5 แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนไทยอย่างยั่งยืน</p>

<p>นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า ในปัจจุบันยานพาหนะที่วิ่งบนท้องถนนมีส่วนก่อให้เกิดมลภาวะในเมืองทั้งมลพิษด้านควันดำ ฝุ่น PM2.5 มลภาวะด้านเสียงจากยานพาหนะ โดยกรมการขนส่งทางบกเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการควบคุม กำกับ ดูแลระบบการขนส่งทางถนนให้มีคุณภาพและปลอดภัย วันนี้กรมการขนส่งทางบกและกรมควบคุมมลพิษได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการบูรณาการข้อมูลเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงาน ในการเชื่อมโยงข้อมูลทะเบียนรถ ข้อมูลใบอนุญาต ผลการตรวจสภาพรถข้อมูลผลการตรวจวัดมลพิษ และข้อมูลอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ในการตรวจสอบและติดตามผู้ครอบครองรถ ในการแก้ไขและปรับปรุงการปล่อยมลพิษของเครื่องยนต์ให้เป็นไปตามมาตรฐาน รวมไปถึงข้อมูลคำสั่งการห้ามใช้ยานพาหนะและการยกเลิกคำสั่งห้ามใช้ยานพาหนะ โดยกรมควบคุมมลพิษจะแบ่งปันข้อมูลการออกคำสั่งห้ามใช้ยานพาหนะชั่วคราว การห้ามใช้ยานพาหนะเด็ดขาด การยกเลิกคำสั่งห้ามใช้ยานพาหนะ ผลการตรวจสอบมลพิษควันดำ ระดับเสียงจากยานพาหนะ และข้อมูลอื่น ๆ เพื่อใช้เป็นข้อมูลหลักฐานประกอบการดำเนินงานของกรมการขนส่งทางบก ซึ่งหวังว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะสนับสนุนให้มีการลดมลพิษจากยานพาหนะให้ได้มากที่สุดเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนไทย และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDG)</p>
]]></description>
<enclosure url='https://rayong.prd.go.th/th/file/get/file/202510058ed00f3370e5a706d624ebc5ed551228014556.jpg' type='image/jpg' length='43780' />
</item>
</channel>
</rss>
