กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ บูรณาการข้อมูล ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายยานพาหนะ เพื่อแก้ปัญหามลพิษและฝุ่น PM 2.5

วันนี้ (24 กันยายน 2568) กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กระทรวงคมนาคม และกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) บูรณาการข้อมูลเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานในการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับยานพาหนะเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ณ ห้องประชุม กรมควบคุมมลพิษ โดยสาระสำคัญของความร่วมมือ มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับยานพาหนะ อาทิ ข้อมูลทะเบียนรถ ใบอนุญาตขับรถ การตรวจสภาพรถ และผลการตรวจวัดมลพิษ รวมถึงข้อมูลอื่น ๆ ที่ใช้ในการติดตามตรวจสอบ เพื่อจัดทำระบบฐานข้อมูลกลางสำหรับการห้ามใช้ยานพาหนะที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน พร้อมทั้งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองรถแก้ไขปรับปรุงเครื่องยนต์ให้ได้มาตรฐาน เพื่อนำไปสู่การยกเลิกคำสั่งห้ามใช้งาน อนึ่ง ความร่วมมือดังกล่าวยังครอบคลุมการพัฒนาศักยภาพบุคลากรการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการตรวจสอบ วิเคราะห์ ประมวลผล รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการสนับสนุนภารกิจของทั้งสองหน่วยงาน
นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ในปัจจุบันยานพาหนะที่วิ่งบนท้องถนน มีส่วนก่อให้เกิดมลภาวะในเมืองทั้งมลพิษด้านควันดำ ฝุ่นละออง PM 2.5 มลภาวะด้านเสียงจากยานพาหนะ โดย ขบ. เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการควบคุม กำกับ ดูแลระบบการขนส่งทางถนนให้มีคุณภาพและปลอดภัย วันนี้จึงได้ลงนาม MOU ร่วมกับ คพ. ในการบูรณาการข้อมูลเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานในการเชื่อมโยงข้อมูลทะเบียนรถ ข้อมูลใบอนุญาต ผลการตรวจสภาพรถข้อมูลผลการตรวจวัดมลพิษ และข้อมูลอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ในการตรวจสอบและติดตามผู้ครอบครองรถ ในการแก้ไขและปรับปรุงการปล่อยมลพิษของเครื่องยนต์ให้เป็นไปตามมาตรฐาน รวมไปถึงข้อมูลคำสั่งการห้ามใช้ยานพาหนะและการยกเลิกคำสั่งห้ามใช้ยานพาหนะ โดย คพ. จะแบ่งปันข้อมูลการออกคำสั่งห้ามใช้ยานพาหนะชั่วคราว การห้ามใช้ยานพาหนะเด็ดขาด การยกเลิกคำสั่งห้ามใช้ยานพาหนะ ผลการตรวจสอบมลพิษควันดำ ระดับเสียงจากยานพาหนะ และข้อมูลอื่น ๆ เพื่อใช้เป็นข้อมูลหลักฐานประกอบการดำเนินงานของ ขบ. ซึ่งหวังว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะสนับสนุนให้มีการลดมลพิษจากยานพาหนะให้ได้มากที่สุดเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนไทย และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDG)
นางสาวปรีญาพร สุวรรณเกษ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า การลงนาม MOU ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการข้อมูลของภาครัฐ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับยานพาหนะ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ที่กระทบต่อคุณภาพอากาศและสุขภาพของประชาชนโดยเฉพาะชุมชนในเขตเมือง ซึ่งที่ผ่านมาการตรวจสอบรถที่ปล่อยมลพิษเกินมาตรฐานยังประสบอุปสรรคในการบังคับใช้กฎหมายกับเจ้าของหรือผู้ครอบครองยานพาหนะ การบูรณาการข้อมูลครั้งนี้จะช่วยให้เกิดระบบฐานข้อมูลสำหรับติดตาม ตรวจสอบ และสั่งห้ามใช้ยานพาหนะ พร้อมทั้งสนับสนุนการกำหนดมาตรการแก้ไขให้เจ้าของรถปรับปรุงเครื่องยนต์ให้เป็นไปตามมาตรฐาน ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังช่วยสนับสนุนการจัดทำแผนงานเชิงนโยบาย การประเมินสถานการณ์ และการวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยง เพื่อให้การแก้ไขปัญหามีประสิทธิผล อีกทั้งยังเป็นโอกาสในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ร่วมกัน ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยควบคุมและลดปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนไทยอย่างยั่งยืน


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar