ช่วยแบ่งเบาค่าครองชีพผ่าน "พาณิชย์ลดราคา ออนทัวร์ทั่วไทย"

ครม. เคาะงบกลาง 422 ลบ. จัดโครงการ “พาณิชย์…ลดราคา! ออนทัวร์ ทั่วไทย” ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ เป็นการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพในราคาประหยัดแก่ประชาชนเช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่ สินค้าเกษตร ผลไม้ เป็นต้น สินค้าที่จำหน่ายจะจัดหาจากสมาคม ซัพพลายเออร์ และกลุ่มเกษตรกร ในพื้นที่แต่ละจังหวัด โดยจัดสถานที่จำหน่ายสินค้า 100 - 200 คูหาในพื้นที่สาธารณะหรือลานอเนกประสงค์ เช่น สำนักงานเขต การเคหะชุมชน สำนักงานพาณิชย์จังหวัด หรือแหล่งชุมชนที่เหมาะสม กำหนดจัดงานครั้งละ 3 วัน ตั้งเป้าหมายการจัดงานไม่ต่ำกว่า 274 ครั้ง  ตลอดเดือนตุลาคมนี้

โครงการต่อเนื่อง

ก่อนหน้านี้ช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินโครงการบรรเทาผลกระทบอย่างต่อเนื่อง เช่น คาราวานพาณิชย์ลดราคา!ช่วยประชาชน ที่สิ้นสุดไปแล้วเมื่อ ก.ย. 65 ที่ผ่านมาเป็นการนำคาราวานสินค้าราคาถูกออกจำหน่ายทั้งพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑลและทุกจังหวัดทั่วประเทศ รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 700 จุดต่อวันโดยเฉลี่ย มีคาราวานออกไปจำหน่ายสินค้าราคาถูกประมาณ 100 จุดต่อวัน ในกรุงเทพและปริมณฑล เป็นรถโมบาย 25 คันและมีจุดขายวันละ 75 จุด สำหรับต่างจังหวัดมี 600 จุด อย่างน้อยจังหวัดละ 8 จุด ดำเนินการโดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ มีสินค้าประมาณ 80 - 100 รายการ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าราคาถูก อย่างสินค้าทั่วไป อาทิ ประเภทอาหาร ลดราคาสูงสุดร้อยละ 29 ซอสปรุงรสลดสูงสุดร้อยละ 36 สินค้าประเภทร่างกายลดสูงสุดร้อยละ 62 ผลิตภัณฑ์ซักล้างลดสูงสุดร้อยละ 55 ของใช้อื่น ๆ ลดสูงสุดร้อยละ 61 และยารักษาโรคลดสูงสุดร้อยละ 60 โดยโครงการดังกล่าวรอบ Lot 19 ช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชนได้กว่า 11,728 ล้านบาท จึงได้รับการตอบรับขากประชาชนทั่วประเทศเป็นอย่างดี และรัฐบาลยังดำเนินโครงการอื่นๆ เพื่อบรรเทาค่าครองชีพ อย่างต่อเนื่องอีก อาทิ
1.    โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มี "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" ระยะที่ 5 มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 2.03 ล้านคน และมียอดใช้จ่ายรวม 404.50 ล้านบาท
2.    โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ระยะที่ 3 หรือ "กลุ่มเปราะบาง" มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 91,592 คน และมียอดใช้จ่ายรวม 18.08 ล้านบาท
3.    โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 "คนละครึ่งเฟส 5" มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 1.01 ล้านคน และมียอดใช้จ่ายรวม 209 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่ายจำนวน 105.31 ล้านบาท และเงินที่รัฐร่วมจ่ายจำนวน 103.69 ล้านบาท
       โดยทั้ง 3 โครงการดังกล่าวจะสิ้นสุดลงวันที่ 31 ตุลาคม 2565 เพื่อเพิ่มกำลังการจับจ่ายใช้สอยและบรรเทาจากสภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้นในปัจจุบัน

 


image รูปภาพ
image


คะแนนโหวต :